เกร็ดความรู้

4 พฤษภาคม 2569

ร้อนนี้ต้องรู้! เทคนิคเปิดแอร์รถ เย็นทันใจ ไม่เปลืองน้ำมัน

ร้อนนี้ต้องรู้! เทคนิคเปิดแอร์รถ เย็นทันใจ ไม่เปลืองน้ำมัน


เคยไหม? กับความรู้สึกเหมือนเข้าไปในเตาอบ เมื่อต้องเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ ที่จอดรถตากแดดมานานหลายชั่วโมง สัญชาตญาณแรกของเราทุกคนคือ รีบสตาร์ทรถแล้วเร่งพัดลมแอร์ไปที่เบอร์แรงสุด พร้อมกด ปุ่ม A/C ทันที แต่คุณรู้หรือไม่ว่า... นั่นเป็นวิธีที่ผิด! และยังทำให้รถเย็นช้าลงแถม เปลืองน้ำมัน โดยไม่จำเป็นอีกด้วย


วันนี้ โตโยต้า ลีสซิ่ง จะมาเผยเคล็ดลับการเปิดแอร์รถยนต์ที่ถูกต้อง ที่จะช่วยลดความร้อนในรถได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้จริง! รวมถึงเจาะลึกการใช้ ปุ่ม A/C และปุ่มอากาศหมุนเวียน อย่างถูกวิธี เพื่อให้แอร์รถยนต์ ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ในวันที่อากาศร้อนจัด


ทำไมการเปิดแอร์ทันทีที่ขึ้นรถตากแดดถึงผิด?
การทำเช่นนั้นเปรียบเสมือนการสั่งให้คอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของระบบทำความเย็น ทำงานหนักแบบทันทีทันใด เพื่อสู้กับอากาศที่ร้อนระอุ เหมือนซาวน่าภายในห้องโดยสาร การกระทำนี้ส่งผลเสีย 2 ต่อคือ
•    แอร์ทำงานหนักแต่ไม่เย็น คอมเพรสเซอร์จะพยายาม ดูดอากาศร้อนจัดภายในรถ มาทำความเย็น ซึ่งต้องใช้พลังงานและเวลามากกว่าปกติ ทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมแอร์มีแต่ลมร้อนออกมาในช่วงแรก
•    สิ้นเปลืองน้ำมันมหาศาล เมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักขึ้น ก็จะไปฉุดกำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างไม่จำเป็น


5 ขั้นตอนเปิดแอร์ให้เย็นเร็วและประหยัดน้ำมัน
ลองเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม ๆ แล้วทำตาม 5 ขั้นตอนง่าย ๆ นี้ รับรองว่ารถของคุณจะเย็นฉ่ำเร็วขึ้นอย่างรู้สึกได้
1. ระบายความร้อนก่อน อย่าเพิ่งรีบกดปุ่ม A/C
เมื่อขึ้นรถมาแล้ว ให้ลดกระจกทุกบานลงก่อน (หรืออย่างน้อย 2 บานในแนวทแยง) จากนั้น เปิดเฉพาะพัดลมแอร์ในระดับแรงสุด โดยที่ ยังไม่ต้องกดปุ่ม A/C ขับรถออกไปช้า ๆ สัก 1-2 นาที วิธีนี้คือการไล่อากาศร้อนที่สะสมอยู่ในห้องโดยสาร และในช่องแอร์ออกไปให้ได้มากที่สุด เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการ ทำให้รถเย็นเร็ว
2. ปิดกระจก แล้วค่อยเปิด A/C
หลังจากรู้สึกว่าไอร้อนภายในรถ ถูกไล่ออกไปจนเกือบหมดแล้ว ให้ปิดกระจกทุกบาน จากนั้นจึงค่อยกด ปุ่ม A/C เพื่อให้คอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มทำงาน ตอนนี้ระบบจะสามารถดูดอากาศ ที่อุณหภูมิลดลงแล้วมาทำความเย็นต่อได้ทันที ทำให้ห้องโดยสารเย็นเร็วขึ้นมาก
3. ใช้ "ปุ่มอากาศหมุนเวียน" ให้ถูกจังหวะ
ในช่วงแรกที่เพิ่งเปิด A/C ให้กดใช้ "ปุ่มอากาศหมุนเวียนภายในรถ" (สัญลักษณ์รูปรถและมีลูกศรโค้งอยู่ข้างใน) เพื่อให้แอร์นำอากาศที่เริ่มเย็นแล้วภายในห้องโดยสาร มาหมุนเวียนทำความเย็นซ้ำ จะช่วยลดภาระของคอมเพรสเซอร์และทำให้ห้องโดยสารเย็นฉ่ำได้อย่างรวดเร็ว
4. ปรับอุณหภูมิและความแรงพัดลมให้เหมาะสม
เมื่อรู้สึกว่าอุณหภูมิในรถเย็นสบายแล้ว ให้ปรับลดความแรงของพัดลมลง และปรับอุณหภูมิไปที่ระดับที่เหมาะสม (ประมาณ 24-25 องศาเซลเซียส) ไม่จำเป็นต้องตั้งอุณหภูมิต่ำสุด และเปิดพัดลมแรงสุดตลอดเวลา เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตัด-ต่อบ่อยครั้งและสิ้นเปลืองน้ำมัน
5. สลับไปรับอากาศภายนอกบ้าง (เมื่ออากาศดี)
หากขับขี่ทางไกล หรือเมื่อรู้สึกว่าอากาศภายในรถเริ่มอับ ควรปรับสวิตช์ไปที่โหมด "รับอากาศจากภายนอก" (สัญลักษณ์รูปรถและมีลูกศรตรงจากข้างนอกเข้ามา) สัก 5-10 นาที เพื่อให้ออกซิเจนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียน จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและลดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
เคล็ดลับเพิ่มเติม การดูแลแอร์รถยนต์เพื่อความเย็นฉ่ำในระยะยาว
การใช้งานอย่างถูกวิธีเป็นเพียงส่วนหนึ่ง การบำรุงรักษาคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ แอร์รถ ของคุณเย็นฉ่ำและปราศจากกลิ่นอับไปได้อีกนาน


ความสำคัญของ "ไส้กรองแอร์" ที่หลายคนมองข้าม
ไส้กรองแอร์ หรือ กรองแอร์ ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปในระบบแอร์ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ไส้กรองจะอุดตัน ทำให้ลมแอร์เบาลง และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ แอร์ไม่เย็นและมีกลิ่นอับชื้น เราควรเปลี่ยนไส้กรองแอร์ทุก ๆ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร ซึ่งไส้กรองแอร์เป็นชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนเองได้ง่าย ๆ คุณสามารถเลือกซื้อไส้กรองแอร์คุณภาพดีสำหรับรถโตโยต้ารุ่นต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ล้างแอร์แบบสเปรย์ได้ที่ Shopsabuy https://www.shopsabuy-th.com/category?id=c1ee4370-c302-4048-ba9b-cca9f0f4d2dd

 

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ