เกร็ดความรู้

17 มกราคม 2569

ไขทุกข้อสงสัย! สินเชื่อรถยนต์ เคล็ดลับผ่อนรถกับ Toyota Leasing 

ไขทุกข้อสงสัย! สินเชื่อรถยนต์ เคล็ดลับผ่อนรถกับ Toyota Leasing


ใครที่กำลังวางแผน ซื้อรถยนต์ หรือกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์ เชื่อเลยว่าต้องมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารที่ต้องใช้ คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ หรือแม้กระทั่งเรื่องดอกเบี้ยต่าง ๆ
โตโยต้า ลีสซิ่ง  รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์ เอกสารที่ใช้ คุณสมบัติ และดอกเบี้ย พร้อมคำตอบมาให้แบบครบจบในที่เดียว! อ่านแล้วรับรองจะหายข้องใจ และเตรียมตัวขอ สินเชื่อรถยนต์ ได้แบบมั่นใจแน่นอน


Q1: สินเชื่อรถยนต์คืออะไร และมีกี่ประเภท?
A: สินเชื่อรถยนต์ ก็คือ "เงินกู้" ที่สถาบันการเงิน (เช่น ธนาคาร หรือบริษัทไฟแนนซ์อย่าง โตโยต้า ลีสซิ่ง) อนุมัติให้เรานำไปซื้อรถยนต์ โดยที่จะผ่อนชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งรถที่เราซื้อ ก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบันการเงินนั้น ๆ ไปก่อน จนกว่าเราจะผ่อนหมด
ส่วนประเภทของ สินเชื่อรถยนต์ หลักๆ ที่คนนิยมใช้กันก็จะมี
สินเชื่อเช่าซื้อ เป็นแบบที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด สำหรับการซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสอง โดยจะวางเงินดาวน์ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็จะจัดไฟแนนซ์รถยนต์ แล้วผ่อนเป็นงวด ๆ จนครบสัญญา กรรมสิทธิ์รถถึงจะโอนมาเป็นของเรา
สินเชื่อเช่าทางการเงิน  คล้ายกับการเช่าซื้อ แต่ต่างกันที่เมื่อครบสัญญาแล้ว เราอาจจะมีสิทธิ์เลือกซื้อรถคันนั้นได้ตามราคาที่กำหนดไว้ หรือจะคืนรถก็ได้ (เหมาะกับองค์กรธุรกิจมากกว่าบุคคลทั่วไป)
สินเชื่อสำหรับรถแลกเงิน หรือRefinance สำหรับคนที่มีรถยนต์อยู่แล้ว แต่ต้องการเงินสดไปใช้จ่าย โดยนำรถไปค้ำประกัน หรือนำเล่มทะเบียนรถไปขอสินเชื่อใหม่ เพื่อลดภาระดอกเบี้ย หรือขยายระยะเวลาผ่อน


Q2: เอกสารที่ต้องใช้ยื่นสินเชื่อรถยนต์มีอะไรบ้าง? เตรียมตัวยังไง?
A: เอกสารที่ใช้ยื่นสินเชื่อรถยนต์ ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หลัก ๆ จะแบ่งตามประเภทอาชีพ เพื่อให้สถาบันการเงินประเมินความสามารถในการผ่อนชำระได้นั่นเองครับ
เอกสารพื้นฐานที่ทุกคนต้องเตรียม
•    สำเนาบัตรประชาชน(พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
•    สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
•    เอกสารแสดงรายได้ (เลือกตามอาชีพ):
สำหรับพนักงานประจำ
•    สลิปเงินเดือน (ฉบับจริง) ย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
•    สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) ที่เงินเดือนเข้า ย้อนหลัง 3-6 เดือน
สำหรับเจ้าของกิจการ / ฟรีแลนซ์
•    สำเนาทะเบียนการค้า / หนังสือรับรองบริษัท / ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (แล้วแต่กรณี)
•    สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) ที่ใช้ในการทำธุรกิจ ย้อนหลัง 6-12 เดือน
•    หลักฐานการเสียภาษี (ภ.ง.ด.) ย้อนหลัง
สำหรับเกษตรกร
•    สำเนาโฉนดที่ดิน (หากมี)
•    เอกสารการรับเงินจากผลผลิตทางการเกษตร ย้อนหลัง (ถ้ามี)
•    สำเนาบัญชีธนาคาร (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน
•    เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)
•    แผนที่ที่อยู่อาศัยและที่ทำงาน
•    สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า (ถ้ามี)
•    สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)
•    เอกสารยื่นสินเชื่อรถ ของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
เคล็ดลับคือ เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน จะช่วยให้การพิจารณาจัดไฟแนนนซ์รถยนต์ รวดเร็วขึ้น ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องใช้อะไรบ้าง สอบถามกับเจ้าหน้าที่ โตโยต้า ลีสซิ่ง ได้โดยตรงเลย


Q3: คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อรถยนต์เป็นอย่างไร? ต้องมีอะไรบ้าง?
A: คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาอนุมัติโดยหลักๆ แล้วจะดูที่
สัญชาติไทย ผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย
อายุ ส่วนใหญ่กำหนดอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนแล้ว ต้องไม่เกิน 60-65 ปี (แล้วแต่สถาบันการเงิน)
รายได้ ต้องมีรายได้ที่สม่ำเสมอและเพียงพอต่อการผ่อนชำระค่างวด โดยทั่วไปแล้วค่างวดไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้สุทธิ เพื่อให้เหลือเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
อายุงาน/การดำเนินธุรกิจ พนักงานประจำควรมีอายุงานตั้งแต่ 6 เดือน - 1 ปีขึ้นไป ส่วนเจ้าของกิจการ ควรดำเนินธุรกิจมาแล้วอย่างน้อย 1-2 ปี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง
ประวัติทางการเงิน (เครดิตบูโร) คุณต้องมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่เคยค้างชำระหนี้ หรือมีประวัติเสีย (NPL - Non-Performing Loan) ในระบบเครดิตบูโร (National Credit Bureau - NCB)
ถ้าคุณสมบัติเหล่านี้ค่อนข้างตรงกับเกณฑ์ของสถาบันการเงิน โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ ก็จะสูงขึ้นมาก หากไม่มั่นใจว่าคุณสมบัติของคุณเป็นอย่างไร สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ โตโยต้า ลีสซิ่ง เพื่อประเมินเบื้องต้นได้เลย


Q4: ดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์คำนวณยังไง? แพงไหม?
A: เรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุด เพราะคือต้นทุนที่เราต้องจ่ายเพิ่มนอกเหนือจากราคารถ ดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อรถยนต์ ส่วนใหญ่จะคำนวณแบบ "อัตราดอกเบี้ยคงที่" (Flat Rate) 
วิธีคำนวณแบบง่าย ๆ คือ
หาดอกเบี้ยรวมม (ยอดจัดไฟแนนซ์ x อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี x จำนวนปีที่ผ่อน)
หายอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด (ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ยรวม)
หาค่างวดต่อเดือน (ยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด / จำนวนเดือนที่ผ่อน)
ตัวอย่าง
ยอดจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท, ดอกเบี้ย 3% ต่อปี, ผ่อน 5 ปี (60 เดือน)
ดอกเบี้ยรวม = 500,000 x 3% x 5 = 75,000 บาท
ยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด = 500,000 + 75,000 = 575,000 บาท
ค่างวดต่อเดือน = 575,000 / 60 = 9,583.33 บาท/เดือน
ดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ แพงไหม? ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของสถาบันการเงิน, โปรโมชั่น ณ ตอนนั้น, รุ่นรถ, ระยะเวลาผ่อน, และประวัติเครดิตของคุณเอง โดยทั่วไปแล้ว ดอกเบี้ยโตโยต้า ลีสซิ่ง มักจะแข่งขันได้ และมีโปรโมชั่นพิเศษอยู่เสมอ แนะนำให้สอบถามอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน จากเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ที่สุด


Q5: เช็กเครดิตบูโร (NCB) มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ไหม?
A: มีผลอย่างมาก การเช็กประวัติเครดิตบูโร หรือ National Credit Bureau (NCB) เป็นขั้นตอนสำคัญ ที่สถาบันการเงินทุกแห่งต้องทำก่อนอนุมัติสินเชื่อรถยนต์
เครดิตบูโรคืออะไร? คือศูนย์กลางข้อมูลเครดิต ที่เก็บข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่อรถยนต์ต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้จะบอกว่าเรามีวินัยในการชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน เคยค้างชำระหรือไม่ หรือมีหนี้เสียอยู่หรือเปล่า
ทำไมถึงสำคัญ?
•    สะท้อนวินัยทางการเงิน ถ้าคุณมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่เคยค้าง ไม่เคยผิดนัด สถาบันการเงินก็จะมองว่าคุณมีวินัย และมีความสามารถในการชำระหนี้ โอกาสในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ก็จะสูงขึ้น
•    แจ้งเตือนความเสี่ยง ถ้าคุณมีประวัติค้างชำระบ่อย ๆ หรือมีหนี้เสีย สถาบันการเงินก็จะมองว่าคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ชำระหนี้ อาจทำให้การอนุมัติสินเชื่อยากขึ้น หรือถูกปฏิเสธได้
ดังนั้นการดูแลประวัติเครดิตให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการชำระหนี้ให้ตรงเวลา เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้คุณ จัดไฟแนนซ์รถยนต์ผ่านได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าประวัติเครดิตบูโรของคุณเป็นอย่างไร สามารถขอข้อมูลเครดิตของตัวเองได้ที่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) 


Q6: ผ่อนรถไม่ผ่าน ทำยังไงดี? มีวิธีแก้ไหม?
A: หากยื่นสินเชื่อรถยนต์แล้ว ผ่อนรถไม่ผ่าน ไม่ต้องตกใจและอย่าเพิ่งท้อใจ มีหลายสาเหตุที่ทำให้การอนุมัติไม่ผ่าน และก็มีวิธีแก้ไขอยู่เสมอ
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้สินเชื่อไม่ผ่าน
•    รายได้ไม่เพียงพอ ค่างวดรถสูงเกินกว่าความสามารถในการผ่อนชำระ เมื่อเทียบกับรายได้
•    ประวัติเครดิตไม่ดี มีประวัติค้างชำระหนี้, เคยมีหนี้เสียในเครดิตบูโร
•    ภาระหนี้สินเยอะเกินไป มีหนี้สินอื่น ๆ มากมาย เช่น หนี้บัตรเครดิต, สินเชื่อบ้าน ทำให้สถาบันการเงินมองว่ามีความเสี่ยง
•    ไม่มีเงินดาวน์ หรือเงินดาวน์น้อยเกินไป การวางเงินดาวน์ที่น้อยเกินไป อาจทำให้ยอดจัดสูง และสถาบันการเงินมองว่ามีความเสี่ยง
•    อายุงานน้อย/ไม่มั่นคง สำหรับพนักงานประจำ หรือเพิ่งเริ่มกิจการ
•    เอกสารไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง ทำให้การพิจารณาเป็นไปได้ยาก
วิธีแก้ปัญหา หากผ่อนรถไม่ผ่าน
•    เพิ่มเงินดาวน์ การวางเงินดาวน์ที่สูงขึ้น จะช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องจัดไฟแนนซ์ ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง และดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
•    หาผู้ค้ำประกัน ถ้าคุณสมบัติของคุณไม่แข็งแรงพอ การมีผู้ค้ำประกันที่มีคุณสมบัติที่ดี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ ได้
•    หาคนกู้ร่วม ถ้าคุณสมบัติรายได้ของคุณคนเดียวไม่พอ อาจจะลองหาคนในครอบครัว เช่น คู่สมรส หรือพ่อแม่ มาเป็นผู้กู้ร่วม เพื่อเพิ่มรายได้รวม
•    ปรับลดรุ่นรถ หรือหารถที่มีราคาถูกลง เพื่อให้ยอดจัดและค่างวดลดลง ให้เหมาะกับความสามารถในการผ่อนชำระ
•    สร้างประวัติเครดิตที่ดี ถ้ามีประวัติเสีย ควรไปแก้ไขให้เรียบร้อย และสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดีต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปี ก่อนยื่นขอสินเชื่อใหม่
•    ลดภาระหนี้สิน ชำระหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้อื่น ๆ ให้ลดลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการผ่อนชำระ สินเชื่อรถยนต์
•    ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ Toyota Leasing เจ้าหน้าที่ของ โตโยต้า ลีสซิ่ง มีประสบการณ์และพร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา หรือหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ


Q7: เลือกผ่อนรถกี่ปีดี ถึงจะเหมาะสม?
A: การเลือกจำนวนปีที่ผ่อนรถ เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิต ไม่มีคำตอบตายตัวว่า "กี่ปีดีที่สุด" เพราะขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินและความต้องการส่วนตัวของคุณเอง
ข้อดี-ข้อเสีย ของการผ่อนสั้น/ผ่อนยาว:
ผ่อนสั้น (เช่น 3-5 ปี) ข้อดีคือ จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง, ผ่อนหมดเร็วกว่า, เป็นเจ้าของรถได้เร็วขึ้น แต่มีข้อเสียคือ ค่างวดต่อเดือนจะสูงขึ้น, อาจตึงมือหากรายได้ไม่สูงพอ
ผ่อนยาว (เช่น 6-8 ปี) ข้อดีคือ ค่างวดต่อเดือนจะต่ำลง ทำให้ผ่อนสบายกระเป๋าขึ้น, เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ไม่สูงมาก ส่วนข้อเสีย คือจ่ายดอกเบี้ยรวมสูงกว่า, ผ่อนนานกว่า, ค่าเสื่อมสภาพรถอาจมากกว่าเมื่อผ่อนหมด


เคล็ดลับในการตัดสินใจ
•    พิจารณารายได้และภาระหนี้สิน คำนวณให้ดีว่ารายได้สุทธิของคุณต่อเดือนเหลือเท่าไหร่ และมีภาระหนี้สินอื่นๆ อีกเท่าไหร่ ค่างวดรถไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้สุทธิ
•    เงินเก็บสำรอง ควรมีเงินเก็บสำรองเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
•    วางแผนการเงินในอนาคต คุณมีแผนจะซื้อบ้าน หรือมีภาระอื่น ๆ ในอนาคตหรือไม่?
•    ความต้องการส่วนตัว คุณอยากผ่อนหมดเร็ว ๆ เพื่อลดดอกเบี้ย หรืออยากผ่อนสบาย ๆ ในแต่ละเดือน?
โดยทั่วไปแล้ว คนนิยมผ่อนกันที่ 5-7 ปี แต่ถ้าคุณมีกำลังพอ การเลือกผ่อนสั้นลง ก็จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้เยอะ ลองปรึกษาเจ้าหน้าที่ โตโยต้า ลีสซิ่ง เพื่อให้ช่วยคำนวณค่างวดในแต่ละระยะเวลาที่สนใจ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย


การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ หรือการผ่อนรถ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล หากเรามีความรู้ความเข้าใจและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญที่สุดคือการมีผู้ช่วยที่ดีอย่าง โตโยต้า ลีสซิ่ง ที่พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำ และมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับคุณ สนใจคลิกดูรายละเอียดรถรุ่นที่สนใจได้เลย https://www.tlt.co.th/calculator/car-model

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ