เกร็ดความรู้

21 พฤษภาคม 2569

วิธีเตรียมรถเที่ยวทางไกล ขึ้นเหนือลงใต้ ปลอดภัยทุกเส้นทาง

วิธีเตรียมรถเที่ยวทางไกล ขึ้นเหนือลงใต้ ปลอดภัยทุกเส้นทาง


วันหยุดยาวและเทศกาลท่องเที่ยวใกล้เข้ามาแล้ว ไม่ว่าคุณจะกำลังวางแผน ขับรถขึ้นเหนือ ไปสัมผัสลมหนาวและทะเลหมอก หรือ ขับรถลงใต้ ไปรับลมทะเลและกินอาหารอร่อย ๆ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวคือความสุขและความอิสระที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่ก่อนที่ความสนุกจะเริ่มต้นขึ้น การเตรียมรถเดินทางไกล ให้พร้อมสมบูรณ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด


วันนี้ โตโยต้า ลีสซิ่ง ขอนำเสนอคู่มือ เช็ครถก่อนเดินทางไกล ด้วยตัวเองครบทุกจุด! ตั้งแต่การ เช็กยาง, เบรก, น้ำมันเครื่อง ไปจนถึงของเหลวต่าง ๆ เพื่อให้การ ขับรถเที่ยวไกล ช่วงวันหยุดยาวนี้ปลอดภัย ไร้กังวล และเต็มไปด้วยความทรงจำดี ๆ ตลอดเส้นทาง


ทำไมการ "เช็ครถก่อนเดินทางไกล" ถึงสำคัญกว่าที่คิด?
การขับรถทางไกลต่อเนื่องหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่า การละเลยจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจไม่แสดงอาการในการขับขี่ระยะสั้นในเมือง อาจกลายเป็นปัญหาร้ายแรงและนำไปสู่เหตุการณ์รถเสียกลางทาง หรืออุบัติเหตุได้ การสละเวลาตรวจเช็กรถสักนิด จึงเป็นการลงทุน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรักที่คุ้มค่าที่สุด


ก่อนเดินทางไกลต้องเช็กรถอะไรบ้าง?
คุณสามารถตรวจเช็กเบื้องต้นเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ก่อนออกเดินทาง
1. ระบบเบรกและยางรถยนต์ หัวใจของความปลอดภัย
•    ความดันลมยาง ควรเติมลมยางให้ได้ตามค่ามาตรฐาน ที่ระบุไว้ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ อย่าปล่อยให้อ่อนหรือแข็งเกินไป
•    สภาพดอกยาง ใช้ "สะพานยาง" บนร่องยางเป็นตัววัด หากดอกยางสึกจนถึงระดับสะพานยางแล้ว แสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางเส้นใหม่
•    สภาพแก้มยาง ตรวจดูว่ามีรอยบวม, แผล หรือรอยแตกลายงาหรือไม่ หากพบควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที
•    ระบบเบรก ทดลองเหยียบเบรกในขณะที่รถจอดนิ่ง แป้นเบรกต้องไม่จมลึกจนเกินไป และขณะขับขี่ต้องไม่มีเสียงดังผิดปกติ หรืออาการพวงมาลัยสั่น
2. ของเหลวในรถยนต์ ตรวจสอบให้พร้อมใช้งานเสมอ
จอดรถในที่ราบและรอให้เครื่องยนต์เย็นลงก่อนทำการตรวจสอบ
•    น้ำมันเครื่อง ดึงก้านวัดออกมาเช็ดให้สะอาดแล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ จากนั้นดึงออกมาดูอีกครั้ง ระดับน้ำมันเครื่องควรอยู่ระหว่างขีด F (Full) และ L (Low)
•    น้ำยาหล่อเย็น/น้ำในหม้อน้ำ ระดับน้ำควรอยู่ในขีด MAX ที่กระปุกพักน้ำ
•    น้ำมันเบรก และน้ำมันพาวเวอร์ ตรวจสอบระดับในกระปุกให้อยู่ในระดับที่กำหนด
•    น้ำฉีดกระจก เติมให้เต็มเสมอ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีตลอดการเดินทาง
3. แบตเตอรี่รถยนต์ แหล่งพลังงานที่ห้ามมองข้าม
ตรวจสอบสภาพขั้วแบตเตอรี่ว่าสะอาด ไม่มีคราบขี้เกลือเกาะ และดู "ตาแมว" (Indicator) บนแบตเตอรี่ (สำหรับแบตเตอรี่แบบ MF) ว่ายังเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียวอยู่หรือไม่ หากแบตเตอรี่มีอายุเกิน 2 ปี ควรให้ร้านตรวจเช็กสภาพเพื่อความมั่นใจ
4. ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ
เปิดไฟทุกดวงในรถ ทั้งไฟหน้า (สูง-ต่ำ), ไฟเลี้ยว, ไฟฉุกเฉิน, ไฟเบรก, และไฟถอยหลัง แล้วเดินดูรอบ ๆ รถว่าติดครบทุกดวงหรือไม่
5. ที่ปัดน้ำฝนและระบบแอร์
•    ที่ปัดน้ำฝน ทดลองฉีดน้ำและเปิดใช้งานดูว่า ยางที่ปัดน้ำฝนยังรีดน้ำได้สะอาดหมดจด ไม่มีเสียงดังหรือทิ้งคราบไว้
•    ระบบแอร์ ทดลองเปิดดูว่าแอร์ยังทำงานได้ดี มีความเย็นสม่ำเสมอ และไม่มีกลิ่นอับ


"อุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถ" ที่ควรมีติดไว้ อุ่นใจกว่าเยอะ
นอกจากการตรวจเช็กรถแล้ว การเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ท้ายรถ จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันได้ดีขึ้น

  • ยางอะไหล่และอุปกรณ์เปลี่ยนยาง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายางอะไหล่ยังมีลมพร้อมใช้งาน
  • สายพ่วงแบตเตอรี่ กรณีเกิดเหตุแบตเตอรี่หมด
  • ไฟฉาย จำเป็นอย่างยิ่งหากรถมีปัญหาในเวลากลางคืน
  • ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง เพื่อตั้งเตือนรถคันอื่นเมื่อต้องจอดรถข้างทาง
  • ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เพื่อความอุ่นใจตลอดเส้นทาง อย่าลืมติดตั้งกล้องติดหน้ารถ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ และเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถ เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่ หรือที่วัดลมยางดิจิทัล ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพได้ที่ Shopsabuy คลิก การดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ ไม่เพียงแต่ทำให้การเดินทางปลอดภัย แต่ยังช่วยรักษามูลค่าของรถในระยะยาว การเตรียมความพร้อมที่ดี คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่มีความสุข ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพในทุกเส้นทาง

 

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ