เกร็ดความรู้

19 มกราคม 2569

ขี้นก ยางไม้ ยางมะตอย ติดสีรถ เอาออกยังไงไม่ให้สีด่าง? 

ขี้นก ยางไม้ ยางมะตอย ติดสีรถ เอาออกยังไงไม่ให้สีด่าง?


เมื่อรถสุดที่รักมีคราบสกปรก ที่ไม่ได้รับเชิญมาเกาะอยู่บนสีรถสวย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขี้นก, ยางไม้ เหนียวหนึบจากต้นไม้ที่ไปจอด, หรือ ยางมะตอย ที่ดีดมาจากถนน... เชื่อว่าเจ้าของรถทุกคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ และคำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัวคือ "จะเอาออกยังไงไม่ให้รถเป็นรอย?" โตโยต้า ลีสซิ่ง มีคู่มือกำจัดคราบติดสีรถ ฝังแน่นฉบับปลอดภัย ไม่ทำร้ายสีรถ ที่คุณสามารถทำได้เองง่าย ๆ และเร่งด่วนมาฝากกัน 


ทำไมต้องรีบล้าง? ฤทธิ์ทำลายล้างของ ขี้นก ยางไม้ ยางมะตอย
หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่คราบสกปรกธรรมดา แต่ความจริงแล้ว คราบเหล่านี้คือศัตรูตัวฉกาจของสีรถคุณเลยทีเดียว
ขี้นก ในขี้นกมีกรดยูริกที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง เมื่อโดนความร้อนจากแสงแดด จะทำปฏิกิริยาและกัดกินชั้นแล็กเกอร์ (Clear Coat) ของสีรถ ทำให้สีบริเวณนั้นซีดจางและเป็นรอยด่างถาวรได้


ยางไม้ นอกจากความเหนียว ที่ดักจับฝุ่นผงให้มาติดเพิ่มแล้ว เมื่อยางไม้แห้งแข็งและเกาะติดเป็นเวลานาน การพยายามขูดหรือแกะออกผิดวิธี อาจทำให้ชั้นสีหลุดลอกออกมาพร้อมกันได้


ยางมะตอย เป็นคราบที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งจะแทรกซึมและยึดเกาะกับชั้นสีได้ดี การขัดถูแรง ๆ เพื่อ ล้างยางมะตอยออก โดยไม่มีสารหล่อลื่นหรือตัวทำละลายที่เหมาะสม จะทำให้เกิดรอยขนแมวขีดข่วนได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นกฎเหล็กข้อแรกเมื่อเจอคราบเหล่านี้คือ "ยิ่งกำจัดออกเร็วยิ่งดี" 
วิธีรับมือ "ขี้นก" จอมทำลายล้าง (สำหรับคราบใหม่และคราบแห้งฝังแน่น)
การล้างขี้นก คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุด เพราะมันสร้างความเสียหายได้เร็วที่สุด
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
•    ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด 2-3 ผืน (สำคัญมาก!)
•    น้ำสะอาด (อาจจะเป็นขวดสเปรย์)
•    ผลิตภัณฑ์ Quick Detailer หรือ Car Shampoo ผสมน้ำแบบเจือจาง
ขั้นตอนกำจัดคราบแบบ Step-by-Step
•    สำหรับคราบใหม่ (ยังไม่แห้ง)
1.    ฉีดน้ำหรือ Quick Detailer ลงบนคราบให้ชุ่ม
2.    ปล่อยทิ้งไว้ 30-60 วินาทีเพื่อให้คราบนิ่มลง
3.    ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดออกเบา ๆ ในทิศทางเดียว (ห้ามถูวน)
4.    ใช้ผ้าสะอาดอีกผืนเช็ดเก็บงานให้แห้ง
•    สำหรับคราบแห้งฝังแน่น
1.    นำผ้าไมโครไฟเบอร์ไปชุบน้ำให้เปียกชุ่ม
2.    นำผ้าไป "โปะ" ทิ้งไว้บนคราบขี้นกประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้คราบที่แห้งแข็งค่อยๆ อ่อนตัวลง
3.    เมื่อคราบนิ่มแล้ว ค่อย ๆ หยิบผ้าออก จะเห็นว่าคราบส่วนใหญ่ติดออกมากับผ้า
4.    ฉีด Quick Detailer ซ้ำ แล้วเช็ดเก็บรายละเอียดเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด
ข้อควรระวัง: สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด!
•    ห้าม ใช้เล็บ, บัตรแข็ง, หรือของมีคมขูดคราบออกเด็ดขาด
•    ห้าม ใช้ผ้าแห้งหรือทิชชูเช็ดทันที เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วน
•    ห้าม ออกแรงกดหรือถูแรง ๆ
เทคนิคกำจัด "ยางไม้" คราบเหนียวหนึบกวนใจ
การกำจัดยางไม้ ที่มีความเหนียว อาจต้องใช้ตัวช่วยในการละลาย แต่ก็สามารถทำเองได้ไม่ยาก


อุปกรณ์ที่ต้องใช้
•    ผลิตภัณฑ์กำจัดคราบแมลงและยางไม้ หรือ แอลกอฮอล์ล้างแผล
•    ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด
•    ดินน้ำมันสำหรับรถยนต์ (Clay Bar) - สำหรับคราบฝังลึก
•    น้ำยาหล่อลื่นสำหรับดินน้ำมัน (Clay Lube) หรือน้ำผสมแชมพูล้างรถ


ขั้นตอนกำจัดคราบแบบ Step-by-Step
1.    ล้างทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำเปล่า เพื่อเอาฝุ่นออกก่อน
2.    นำแอลกอฮอล์หรือน้ำยากำจัดคราบแมลงและยางไม้ เทลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ (ไม่แนะนำให้ฉีดลงบนสีรถโดยตรง)
3.    นำผ้าไปแปะไว้บนคราบยางไม้ ทิ้งไว้ประมาณ 30-60 วินาที เพื่อให้น้ำยาละลายคราบ
4.    ค่อย ๆ เช็ดวนเบา ๆ คราบยางไม้จะค่อย ๆ ละลายติดผ้าออกมา
5.    หากยังมีคราบฝังลึก ให้ใช้ดินน้ำมันร่วมกับน้ำยาหล่อลื่น ค่อย ๆ ลูบบนผิวสีจนรู้สึกว่าผิวเรียบเนียน
6.    ล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เพื่อกำจัดสารเคมีตกค้าง


ข้อควรระวัง สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด!
•    ห้าม ใช้ทินเนอร์, น้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันสน เพราะมีฤทธิ์รุนแรงและอาจทำลายชั้นสีรถได้
•    ห้าม พยายามแกะหรือดึงคราบยางไม้ที่แห้งแข็งออกโดยตรง
สูตรลับสลาย "ยางมะตอย" คราบดำจากท้องถนน
คราบยางมะตอย มักติดอยู่ตามชายล่างของประตู, ซุ้มล้อ และกันชนหลัง การล้างยางมะตอย ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกประเภท
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
•    สเปรย์กำจัดคราบยางมะตอยโดยเฉพาะ (Asphalt & Tar Remover)
•    ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด 2-3 ผืน
•    แชมพูล้างรถและน้ำสะอาด


ขั้นตอนกำจัดคราบแบบ Step-by-Step
1.    ล้างรถบริเวณที่เปื้อนคราบยางมะตอยให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง
2.    ฉีดสเปรย์กำจัดคราบยางมะตอยลงไปบนจุดสีดำ ๆ โดยตรง
3.    ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาทีตามที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ จะสังเกตเห็นว่าคราบยางมะตอยเริ่ม "ไหล" หรือละลายเป็นทาง
4.    ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาดเช็ดออกเบา ๆ คราบจะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
ขั้นตอนสำคัญ หลังจากกำจัดคราบหมดแล้ว ให้ล้างบริเวณนั้นด้วยแชมพูล้างรถทันที เพื่อล้างคราบน้ำยาเคมีออกให้หมด ป้องกันไม่ให้ทำลายสีรถในระยะยาว
ข้อควรระวัง: สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด!
•    ห้าม ออกแรงขัดถูทั้ง ๆ ที่คราบยังไม่ละลาย
•    ห้าม ทิ้งน้ำยากำจัดคราบไว้บนสีรถนานเกินกว่าที่ฉลากระบุ
•    ห้าม ทำในขณะที่ผิวสีรถร้อนหรือกลางแดดจัด
การดูแลสีรถให้สวยงามเหมือนใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องรู้เท่าทันและรับมือกับคราบติดสีรถ ต่าง ๆ อย่างถูกวิธี การลงมือทำอย่างรวดเร็วและอ่อนโยน คือหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยให้รถของคุณสวยเงางามไปอีกนานเท่านาน


อ่านเกร็ดความรู้อื่น ๆ ได้ที่ https://www.tlt.co.th/knowledge


 

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ