เกร็ดความรู้

31 กรกฎาคม 2569

"น้ำมันเครื่อง" เปลี่ยนให้ถูกเบอร์ ช่วยรถประหยัดขึ้นได้

"น้ำมันเครื่อง" เปลี่ยนให้ถูกเบอร์ ช่วยรถประหยัดขึ้นได้


เคยสงสัยไหม? เวลาเอารถเข้าศูนย์หรืออู่ เพื่อไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ช่างมักจะถามเราว่า "เอาเบอร์เดิมไหมครับ?" หรือ "จะลองขยับไปใช้สังเคราะห์แท้ไหม?" หลายคนอาจจะพยักหน้าตอบตกลงไปแบบงง ๆ เพราะคิดว่าน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหน เบอร์อะไร ก็คงเหมือนกัน 
แต่ความจริงแล้ว "เบอร์น้ำมันเครื่อง" หรือค่าความหนืด คือตัวแปรสำคัญที่จะบอกว่า รถของคุณจะวิ่งอืดหรือวิ่งฉิว และจะควักเงินในกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง วันนี้ โตโยต้า ลีสซิ่ง พามาทำความเข้าใจเรื่องน้ำมันเครื่องแบบเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย เพื่อให้เจ้าของรถทุกคน เลือกน้ำมันเครื่อง ได้อย่างมือโปรและช่วยให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นได้จริง


"น้ำมันเครื่อง" ไม่ใช่แค่น้ำมันหล่อลื่น แต่ทำหน้าที่อะไรอีกบ้าง?
หลายคนเข้าใจว่าหน้าที่ของน้ำมันเครื่อง มีหน้าที่แค่การหล่อลื่นชิ้นส่วนโลหะ ที่เสียดสีกันภายในเครื่องยนต์เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วน้ำมันเครื่องทำหน้าที่สำคัญอีกหลายอย่าง ที่ถ้าขาดไปเครื่องยนต์พังแน่นอน
•    ลดการสึกหรอ (Lubrication) สร้างฟิล์มน้ำมันบาง ๆ เคลือบชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อไม่ให้โลหะกระแทกกันโดยตรง
•    ระบายความร้อน (Cooling) ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน จะเกิดความร้อนสูงมาก น้ำมันเครื่องจะช่วยดูดซับความร้อนจากชิ้นส่วนภายใน แล้วไหลกลับลงสู่อ่างน้ำมันเครื่อง เพื่อระบายออกไป
•    ทำความสะอาด (Cleaning) ช่วยชะล้างคราบเขม่า เศษโลหะ และสิ่งสกปรกที่เกิดจากการเผาไหม้ ไม่ให้เกาะตัวเป็นก้อนจนขวางทางเดินน้ำมัน
•    ป้องกันสนิม (Anti-Corrosion) เคลือบผิวโลหะ เพื่อป้องกันปฏิกิริยากับออกซิเจนและความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุของสนิมและการกัดกร่อน
•    ซีลช่องว่าง (Sealing) ช่วยอุดช่องว่างระหว่างแหวนลูกสูบกับกระบอกสูบ เพื่อป้องกันแรงดันจากการเผาไหม้รั่วไหล ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังอัดเต็มที่
ถอดรหัสเบอร์น้ำมันเครื่อง ตัวเลขบนแกลลอนบอกอะไรเรา?
เวลาเราไปเลือกน้ำมันเครื่อง เราจะเห็นตัวเลขอย่างเช่น 0W-20, 5W-30 หรือ 10W-40 ตัวเลขเหล่านี้คือ ค่ามาตรฐาน SAE (Society of Automotive Engineers) ที่บอก "ความหนืด" ของน้ำมันเครื่อง
ตัวเลขชุดหน้า (เช่น 0W, 5W, 10W) ค่าความทนทานต่อความเย็น
ตัวเลขตัวแรกที่ตามด้วยอักษร W (Winter) บอกถึงความสามารถ ในการไหลของน้ำมันในอุณหภูมิต่ำ (ตอนสตาร์ทรถตอนเช้า)
•    ยิ่งตัวเลขน้อย (เช่น 0W) แปลว่าน้ำมันจะใสและไหลไปหล่อลื่นเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ทันทีที่สตาร์ท ซึ่งเป็นช่วงที่เครื่องยนต์สึกหรอมากที่สุด
•    สำหรับเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อน ตัวเลขชุดหน้าอาจจะไม่ส่งผลต่างกันมากเท่าเมืองหนาว แต่การใช้เลขน้อย ๆ อย่าง 0W หรือ 5W ก็ช่วยให้การสตาร์ทเครื่องยนต์นุ่มนวลขึ้น และลดการสึกหรอในช่วงวินาทีแรกได้ดีกว่า
ตัวเลขชุดหลัง (เช่น 20, 30, 40) ค่าความหนืดเมื่อเครื่องร้อน
นี่คือตัวเลขที่สำคัญที่สุดสำหรับบ้านเรา ตัวเลขชุดหลังบอกความหนืดของน้ำมันเครื่อง ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิสูง (ประมาณ 100 องศาเซลเซียส)
•    ตัวเลขน้อย (ใส) เช่นเบอร์ 16 หรือ 20 น้ำมันจะมีความใส ไหลลื่นได้ง่าย ลดแรงต้านทานภายในเครื่องยนต์
•    ตัวเลขมาก (หนืด) เช่นเบอร์ 40 หรือ 50 น้ำมันจะมีความข้นและหนืดมาก สร้างฟิล์มน้ำมันได้หนา เหมาะกับรถที่ผ่านการใช้งานมานาน หรือเครื่องยนต์ที่เริ่มมีอาการหลวม
เลือก "ความหนืด" อย่างไรให้ช่วย "ประหยัดน้ำมัน"?
เทรนด์รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบัน มักจะแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ใสขึ้น เช่น 0W-20 หรือแม้แต่ 0W-16 ในรถ Hybrid ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
คำตอบคือ เพื่อการประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์สมัยใหม่ถูกออกแบบมา ให้มีชิ้นส่วนที่ฟิตพอดีกันมาก (Tight Clearance) การใช้หน้ายางน้ำมันที่ใส จะช่วยให้เครื่องยนต์หมุนได้คล่องตัว ลด "แรงเสียดทาน" (Friction) ภายในเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานได้เบาแรงขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการกินน้ำมันที่น้อยลงนั่นเอง
สรุปการเลือกเบอร์น้ำมันเครื่องให้เหมาะสม

  • 0W-16 / 0W-20 เหมาะกับ รถ Eco Car, รถ Hybrid, รถใหม่ไมล์น้อย เนื่องจากประหยัดน้ำมันสูงสุด เครื่องยนต์ลื่นไหล
  • 5W-30 เหมาะกับ รถยนต์ทั่วไป, รถใช้งานในเมืองและต่างจังหวัด เนื่องจากสมดุลระหว่างการปกป้องและการประหยัด
  • 10W-30 / 10W-40 เหมาะกับ รถที่ใช้งานเกิน 150,000 - 200,000 กม.     เนื่องจากฟิล์มน้ำมันหนา ช่วยอุดช่องว่างเครื่องยนต์ที่เริ่มหลวม
  • 15W-40 / 20W-50 เหมาะกับ รถบรรทุกหนัก, รถเก่ามากที่มีอาการน้ำมันเครื่องหาย     เนื่องจากปกป้องสูงสุดภายใต้ความร้อนและแรงดันสูง

ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ความหนืดต่ำเกินไป (ใสเกิน) กับรถรุ่นเก่าที่เครื่องยนต์หลวมแล้ว เพราะอาจทำให้น้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้จนเกิดอาการ "น้ำมันเครื่องหาย" ได้


การเลือกน้ำมันเครื่องแท้ เพื่อสมรรถนะสูงสุด
การเลือกน้ำมันเครื่อง ที่เหมาะสมกับรถยนต์โตโยต้าของคุณที่สุด คือการเลือกใช้น้ำมันเครื่องแท้โตโยต้า (Toyota Genuine Motor Oil) ซึ่งถูกพัฒนาและทดสอบมาเพื่อเครื่องยนต์โตโยต้าโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทนความร้อน การชะล้างเขม่า หรือการรักษาความใสของน้ำมันให้คงที่ตลอดอายุการใช้งาน
ปัจจุบันเทคโนโลยีน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% (Fully Synthetic) ให้ประสิทธิภาพดีกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดาหลายเท่า ทั้งในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิงและการยืดอายุการเปลี่ยนถ่าย คุณสามารถสั่งซื้อ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% และผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์อื่น  ๆ ได้ง่ายๆ ที่ Shopsabuy พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษและมั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ส่งตรงถึงบ้านคุณแน่นอน


ดูแลเครื่องยนต์ดี มีผลต่อมูลค่ารถในอนาคต
การดูแลเครื่องยนต์ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เสมอ ด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ที่มีคุณภาพตามระยะ (ทุก 10,000 กม. หรือ 6 เดือน) ไม่เพียงแต่จะช่วยให้รถของคุณขับสนุกและประหยัดค่าน้ำมันเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษามูลค่าของรถให้สูงอยู่เสมอด้วย
การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อาจจะดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ถ้าเราใส่ใจเลือกเบอร์ที่ถูกต้องและใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง รถของคุณก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และอยู่กับคุณไปได้อีกนานแสนนาน เปลี่ยนครั้งหน้า เช็กเบอร์ที่ใช่ แล้วไปช้อปได้ที่ Shopsabuy ได้เลย https://www.shopsabuy-th.com/category?id=c1ee4370-c302-4048-ba9b-cca9f0f4d2dd&subCateId=19b771b0-2e27-42b8-b972-b0735410abe3

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ