ข่าวและกิจกรรม

28 กันยายน 2564

รถโดนน้ำท่วม สามารถเคลมประกันได้ไหม

รถโดนน้ำท่วม สามารถเคลมประกันได้ไหม


น้ำท่วมรถเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อรถต้องอยู่ในสภาพจมน้ำรอการระบายจากการที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก กรณีแบบนี้หลายคนคงสงสัยว่าจะสามารถเคลมประกันได้หรือไม่ และจำเป็นต้องเป็นประกันภัยรถชั้น 1 เท่านั้นหรือไม่ วันนี้ เกร็ดความรู้ กับ โตโยต้า ลีสซิ่ง มีคำตอบมาไขข้อสงสัยนี้กัน!


ปกติแล้วประกันภัยรถยนต์จะมีความคุ้มครองเรื่องภัยธรรมชาติรวมอยู่ด้วย ทั้งประกันภัยชั้น 1, ประกันภัยชั้น2+ (บางแพกเกจ) และชั้น 3+ (บางแพกเกจ) ยิ่งช่วงหน้าฝนที่มีพายุกระหน่ำ ฝนตกหนักแบบนี้ โอกาสที่จะเจอแจ็กพอตน้ำท่วมรถโดยไม่ทันตั้งตัวก็เป็นไปได้สูง ซึ่งความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม มีทั้งเสียหายโดยสิ้นเชิง และเสียหายบางส่วน ซึ่งการจ่ายสินไหมทดแทน และการให้ความคุ้มครองซ่อมแซมรถจะแตกต่างกันไปด้วย
เสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) : สภาพรถถูกน้ำท่วมรถมิดคัน (เกินช่วงคอนโซลหน้า) ซึ่งสร้างความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมกลับมาให้อยู่ในสภาพเดิมได้ ทางบริษัทประกันภัยจะเสนอคืนทุนประกันทดแทนให้ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ของทุนประกัน เพื่อรับโอนหรือซื้อซากรถนั้นแทน
เสียหายบางส่วน (Partial Loss): รถได้รับความเสียหายเพียงบางส่วน และบริษัทประกันรถมองว่าสามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม ทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถให้ทั้งหมด หรือตกลงชดใช้เป็นจำนวนเงินเท่ากับราคาซ่อมที่ประเมิน 
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าน้ำท่วมรถจะสามารถเคลมประกันได้ทุกกรณี เพราะความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม บริษัทประกันภัยจะต้องพิจารณาด้วยว่าเข้าข่ายที่จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ 


กรณีที่ประกันจ่าย
•    เกิดจากภัยธรรมชาติจนน้ำเข้ารถเสียหาย เช่น จอดรถอยู่หน้าบ้านแต่ฝนตกลงมาอย่างหนักช่วงกลางคืนจนน้ำท่วม หรือเกิดน้ำหลากจนไม่สามารถย้ายรถหนีได้ทัน เป็นต้น  
•    รถติดอยู่บนถนน โดยไม่สามารถขยับไปไหนได้ ในขณะที่มีฝนตกหนักจนน้ำท่วมตัวถังรถและทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัย
กรณีที่ประกันไม่จ่าย
•    เจ้าของรถประมาทหรือจงใจให้รถตกอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วมจนเกิดความเสียหาย เช่น ขับรถไปในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการทำให้รถเสียหายจากน้ำท่วม แม้จะมีป้ายเตือน หรือมีประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า เป็นต้น
•    สตาร์ทรถเมื่อรถอยู่ในสภาพที่ถูกน้ำท่วมไปแล้ว เพราะพิจารณาว่าผู้เอาประกันเจตนาสตาร์ทรถ ทั้งที่อาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายได้ 
เมื่อเข้าข่ายเคลมประกันได้ ควรทำอย่างไร


หากรถที่เกิดความเสียหายจากน้ำท่วมเข้าข่ายที่สามารถเคลมประกันได้ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 
1.ถ่ายรูปรถขณะที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยถ่ายให้เห็นทะเบียนรถ (กรณีที่ไม่ได้ท่วมมิดคัน) เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ารถคันที่เกิดเหตุมีเจ้าของเป็นผู้เอาประกันตามกรมธรรม์ 
2.โทรแจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อตรวจสอบกรมธรรม์ และแจ้งทำเคลมทางโทรศัพท์ จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ประสานงานให้ความช่วยเหลือเรื่องรถยก รถลาก 
3.นัดหมายตรวจสอบสภาพความเสียหายของรถกับเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย ก่อนนำรถเข้าซ่อม  
4.รอนำรถเข้าซ่อมที่อู่กลาง หากสภาพรถยังสามารถซ่อมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ หรือมีค่าเสียหายไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของทุนประกัน


จะเห็นว่าการทำประกันภัยเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลให้รถได้รับความเสียหายอย่างหนักได้ ซึ่งหากมีประกันภัยรถยนต์ก็จะช่วยให้อุ่นใจได้ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถ เพราะสามารถเคลมประกันได้ และถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์อย่างครบวงจร*  สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://toyotainsurancebroker.com/index.php


หมายเหตุ - *รายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้น เป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด บริษัท โตโยต้า อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ให้บริการด้านนายหน้าประกันภัยในเครือโตโยต้า ลีสซิ่ง

 

อ่านเกร็ดความรู้อื่นๆ ได้ที่ https://www.tlt.co.th/news/knowledge
 

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ