ข่าวและกิจกรรม

15 พฤษภาคม 2565

ยางแตกกลางทาง แก้ปัญหาอย่างไรดี?

ยางแตกกลางทาง แก้ปัญหาอย่างไรดี?


ปัญหารถยางแตกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและอาจเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่คาดคิด แต่หากเกิดยางแตกกลางทางขึ้นมาเมื่อไรสิ่งที่ต้องทำก็คือตั้งสติ จากนั้นจึงหาวิธีแก้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางคันอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเกร็ดความรู้จากโตโยต้า ลีสซิ่ง จะพาไปหาคำตอบกันว่าสาเหตุที่ทำให้รถยางแตกเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง


รถยางแตกอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นยางเสื่อมสภาพ ยางหมดอายุการใช้งาน ยางมีรอยปริแตก ฉีกขาด เกิดจากการบรรทุกของหนักเกินกำหนด หรือไปเหยียบของมีคมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งก่อนยางจะแตกอาจมีสัญญาณเตือนบางอย่าง เช่น รถเกิดอาการสั่น พวงมาลัยสั่นมากผิดปกติ บังคับรถยากโดยเฉพาะเมื่อต้องเลี้ยวหรือเข้าโค้ง หากพบว่ารถมีอาการดังกล่าวต้องรีบหลบเข้าข้างทางและตรวจเช็กอาการทันที เพราะนี่คือสัญญาณเตือนก่อนยางแตกนั่นเอง


แต่ถ้าหากยางแตกกลางทางโดยไม่ทันตั้งตัว สิ่งแรกที่ต้องทำคือจับพวกมาลัยให้มั่นคงเข้าไว้ และพยายามรวบรวมสติอย่าตกใจจนหักเลี้ยวกระทันหัน เพราะยางระเบิดจะทำให้รถส่ายจนเสียการควบคุมได้ ดังนั้นจึงต้องพยายามประคองรถเอาไว้ให้มั่นเป็นอันดับแรก


จากนั้นจึงผ่อนคันเร่งและแตะเบรกเบา ๆ เมื่อรถความเร็วลดลงแล้วจึงนำรถเข้าเลนซ้ายและจอดที่ไหล่ทาง แต่หากยางแตกกลางทางขณะอยู่เลนขวาหรือเลนกลางก็ให้เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเป็นสัญญาณให้รถคันอื่นทราบว่ารถของคุณเกิดปัญหาขึ้น ที่สำคัญห้ามใช้เบรกมือช่วยลดความเร็ว เพราะอาจทำให้รถหมุนกลางถนนจนชนรถคันอื่นหรือเสียหลักพลิกคว่ำได้


ปัญหายางแตกกลางทางอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องมีสติ เมื่อเกิดเหตุแล้วต้องค่อย ๆ จัดการไปทีละลำดับตามแนวทางที่แนะนำไปข้างต้น นอกจากนี้ต้องรู้จักเลือกยางให้เหมาะสมกับรถ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดยางแตก โดยต้องเลือกยางให้ถูกขนาด เหมาะสมกับน้ำหนักและประเภทรถ เป็นวิธีแรกที่ช่วยป้องกันยางระเบิด ที่สำคัญไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกลก็ควรนำรถเข้าเช็กสภาพ ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ตรวจสอบเครื่องยนต์ อุปกรณ์ และล้อยางด้วยทุกครั้ง หากพบว่ายางเสื่อมหรือหมดอายุควรเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน


ยางแตกกลางทางอาจฟังดูน่ากลัวแต่หากมีสติและรับมืออย่างใจเย็นก็จะช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉินได้แน่นอน อย่างไรก็ตามการป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า เพราะฉะนั้นอย่าลืมเลือกยางให้เหมาะและตรวจเช็กรถอยู่เสมอตามที่แนะนำไป นอกจากนี้ต้องรู้จักสังเกตอาการผิดปกติของรถระหว่างขับขี่ หากพบว่ามีสัญญาณความผิดปกติควรจอดเช็กหรือนำรถเข้าอู่ทันที ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงตามมาได้


อย่างไรก็ตาม หากมีประกันภัยชั้น 1 ที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการลากจูงรถก็จะช่วยให้ขับรถได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และถ้าใครกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์อย่างครบวงจร* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://toyotainsurancebroker.com/index.php


หมายเหตุ - *รายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้น เป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด บริษัท โตโยต้า อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ให้บริการด้านนายหน้าประกันภัยในเครือโตโยต้า ลีสซิ่ง


อ่านเกร็ดความรู้อื่น ๆ ได้ที่ https://www.tlt.co.th/news/knowledge

กลับสู่หน้าหลัก

ข่าวแนะนำ