คำถามที่พบบ่อย พิมพ์หน้านี้


วันนี้เราได้นำคำถามยอดฮิตที่คุณถามมาและเราตอบไปแล้ว แต่จะขอหยิบยกแค่บางส่วนที่เป็นคำถามยอดฮิตที่ถามกันเข้ามา มากที่สุดมา post ไว้ไขข้อข้องใจ โดยแยกประเภทตามกลุ่มคำถามดังนี้

  1. ต้องการจ่ายค่างวดวันนี้แต่เลยกำหนด จะตรวจสอบได้จากไหนบ้างคะ
    ลูกค้าสามารถสอบถามผ่านระบบ IVR ได้ค่ะ โดยกดไปที่ 02-660-5555 ระบุเลขที่ 11 หลัก และรหัสผ่าน จากนั้นเลือกเมนูที่ 2. สอบถามยอดคงเหลือ ยอดชำระค่างวด ระบบจะแจ้งยอดเงินที่จะชำระค่ะ
  2. ต้องการสอบถามยอดชำระ ยอดคงเหลือ ได้อย่างไรบ้างคะ
    ลูกค้าสามารถสอบถามผ่านระบบ IVR ได้ค่ะ โดยกดไปที่ 02-660-5555 ระบุเลขที่ 11 หลัก และรหัสผ่าน จากนั้นเลือกเมนูที่ 2. ต้องการสอบถาม ยอดคงเหลือ ระบบจะแจ้งยอดเงินคงเหลือพร้อมจำนวนงวดการชำระค่ะ
  3. หากไม่มีแบบฟอร์มการชำระเงิน ดิฉันจะสามารถชำระค่างวดได้ทางใดบ้างคะ
    ท่านสามารถใช้หมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขประจำตัว 11 หลัก ที่อยู่บนบัตร Simply Card หรือในใบเสร็จรับเงินของท่าน เพื่อขอรับแบบฟอร์มการชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ ที่ลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 0-2660-5555

    นอกจากนี้ท่านยังสามารถชำระเงินได้อีกหลากหลายช่องทางด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางอิเลคโทรนิค เช่นโทรศัพท์, ATM*, Internet*, Mobile Application, Dealer Paypoint (โตโยต้าเชียงราย, พะเยา, ขอนแก่น, เมืองเลย, กาฬสินธุ์, สุรินทร์, ชุมพร ) หรือชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ระบบ AIS (mPay) ซึ่งท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ บริการหลังการทำสัญญา > ช่องทางการชำระเงินค่ะ
  4. ลูกค้าสามารถชำระค่างวดได้โดยช่องทางใดบ้างที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม
    ท่านสามารถชำระเงินได้ที่ โตโยต้า ลีสซิ่ง สำนักงานใหญ่, สำนักงานภาคทั่วประเทศ และสามารถยื่นเรื่องชำระโดยการหักผ่านบัญชีธนาคาร

    หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  5. กรณีชำระเงินโดยหักบัญชี นำเงินเข้าบัญชีไม่ทันตามวันที่กำหนด หรือในบัญชีไม่เพียงพอ ต้องทำอย่างไร
    ท่านสามารถนำเงินเข้าบัญชีในวันถัดไปได้ โดยทางบริษัทฯ จะดำเนินการหักเงินในบัญชีให้ของท่านใหม่ในวันทำการถัดไปค่ะ

    หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  6. ทางบริษัทฯ มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าหรือไม่ กรณีลูกค้าประสบปัญหาเรื่องการชำระค่างวด
    ทางบริษัทฯ มีโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้า ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  7. หากต้องการโอนสิทธิ์ ต้องดำเนินอย่างไรบ้าง ผู้รับโอนจำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันหรือไม่ครับ
    ในการโอนสิทธิ์นั้นจะต้องมีครบทั้ง 3 ท่าน คือ ผู้โอน ผู้รับโอน และ ผู้ค้ำของผู้รับโอน โดยที่ 2 ท่านหลังจะต้อง เตรียมเอกสารในการพิจารณาสินเชื่อมาพร้อมกันด้วยคือ ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารแสดงรายได้ที่สามารถยืนยันความสามารถในการรับผิดชอบค่างวดได้ ซึ่งหากผ่านการพิจารณา จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนมูลค่าเท่ากับ 1% ของยอดเช่าซื้อคงค้างหรือขั้นต่ำ 4,000 บาท หากยอดเช่าซื้อที่เหลือน้อยกว่า 400,000 บาท และต้องการทำประกันภัยใหม่ ต้องชำระค่างวดล่วงหน้า 2 งวด รวมถึงค่าภาษีประจำปี หากใกล้วันกำหนดชำระ ซึ่งลูกค้าสามารถสอบถามค่าใช้จ่าย หรือนัดวันทำสัญญา ได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  1. ต้องการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ต้องใช้อะไรบ้างค่ะ
    บริษัทฯได้จัดส่งจดหมายแจ้งค่าภาษีให้กับลูกค้าล่วงหน้า 90 วัน ก่อนวันหมดอายุภาษีประจำปีคะ ลูกค้าสามารถนำแบบฟอร์มไปชำระเงินผ่านช่องทางที่ระบุไว้ หากท่านยังไม่ได้ต่อ พรบ. สามารถชำระค่าพรบ.มาพร้อมกัน จากนั้นทางบริษัทฯจะจัดส่งป้ายภาษีพร้อมสำเนาทะเบียนรถให้ท่าน ภายใน 2 สัปดาห์ค่ะ

    ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ > บริการหลังการทำสัญญา >ต่อภาษีรถยนต์ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  2. กรณีภาษีใกล้หมดอายุ และไม่ได้รับจดหมายแจ้งต่อภาษีรถยนต์ ต้องทำอย่างไรคะ
    ท่านสามารถติดต่อขอแบบฟอร์มการชำระค่าภาษีรถยนต์ได้ที่ลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 02-660-5555 หรือขอแบบฟอร์มการชำระค่าภาษีรถยนต์ผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ โดยเตรียมหมายเลขประจำตัว 11 หลัก ที่อยู่บนบัตร Simply Card หรือในใบเสร็จรับเงินของท่าน เพื่อนำไปยื่นชำระได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารทั่วประเทศ หรือจุดรับชำระเงินทุกแห่งที่ร่วมให้บริการ หรือท่านสามารถติดต่อชำระค่าภาษีได้ที่สำนักงานโตโยต้า ลีสซิ่ง ทั่วประเทศ
  3. กรณีภาษีขาดต่อ 2 ปี ต้องทำอย่างไรคะ
    ท่านสามารถสอบถามยอดค่าใช้จ่ายในการต่อภาษีได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 02-660-5555 หลังจากชำระค่าต่อภาษีมาแล้ว พร้อม พรบ. (หากกรณีที่มีการต่อ พรบ. เอง ให้แฟ็กซ์สำเนาตาราง พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัย มาที่แผนกทะเบียน หมายเลข 02-634-6405) ทางบริษัทโตโยต้า ลิสซิ่ง จะดำเนินการต่อภาษีให้ได้ โดยไม่ต้องตรวจสภาพรถค่ะ
  4. กรณีภาษีขาดต่อ 3 ปี ขึ้นไป ต้องทำอย่างไรคะ
    ท่านต้องตรวจสอบที่กรมการขนส่งขนทางบก ว่าทางกรมการขนส่งทางบกได้ยกเลิกการใช้ทะเบียนรถยนต์คันนี้หรือไม่ หากมีการยกเลิก ท่านต้องดำเนินการมัดจำเล่มทะเบียนกับทางโตโยต้า ลีสซิ่ง เพื่อทำการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่กับทางกรมการขนส่งทางบกก่อน จึงจะสามารถต่อภาษีได้ค่ะ โดยมีค่าใช้จ่ายในการมัดจำเล่มทะเบียน 2,300 บาท ท่านสามารถติดต่อสาขาของบริษัทฯ ที่ใกล้บ้านท่าน หรือที่สำนักงานใหญ่หรือติดต่อสอบถามเข้ามาที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ Call Center หมายเลข 02-660-5555
  5. กรณีแผ่นป้ายเหล็กหายหรือชำรุด ต้องทำอย่างไรคะ
    ท่านต้องแจ้งความเอกสารสูญหายที่ สน. หรือ สภอ. ใกล้บ้านท่าน หลังจากนั้นให้ท่านติดต่อเข้ามาที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-660-5555 เพื่อขอแบบฟอร์มยื่นคำขอในการดำเนินการคัดแผ่นป้ายทะเบียนใหม่

    โดยท่านจะต้องเตรียมเอกสารให้กับทางบริษัทฯ ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งเอกสารให้แทนท่านดังต่อไปนี้

    - ใบแจ้งความ
    - หนังสือมอบอำนาจ (ผู้เช่าซื้อ)
    - สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้เช่าซื้อ)
    - ใบบันทึกถ้อยคำ
    - พร้อมค่าบริการคัดแผ่นป้ายเหล็ก

    กรณีลูกค้ารับแผ่นป้ายเหล็กด้วยตนเอง ค่าบริการคัดแผ่นป้ายเหล็ก 600 บาท

    บริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบกให้ท่าน เพื่อให้ท่านเก็บไว้พร้อมกับใบแจ้งความ เมื่อครบกำหนดนัดรับแผ่นป้ายเหล็ก (รายละเอียดขนส่งจะระบุไว้ในใบเสร็จ) หลังจากวันที่ในใบเสร็จรับเงินประมาณ 15-120 วัน ให้ท่านนำใบเสร็จรับเงินดังกล่าว ไปติดต่อขอรับแผ่นป้ายเหล็กที่ขนส่งเขตพื้นที่ตามทะเบียนรถได้ และจะต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้เช่าซื้อไปด้วยค่ะ

    กรณีบริษัทฯ รับแผ่นป้ายเหล็กให้ ค่าบริการคัดแผ่นป้ายเหล็ก 700 บาท

    บริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบกให้แก่ท่าน เพื่อให้ท่านเก็บไว้พร้อมกับใบแจ้งความ เมื่อครบกำหนดนัดรับแผ่นป้ายเหล็ก (รายละเอียดขนส่งจะระบุไว้ในใบเสร็จ) หลังจากวันที่ในใบเสร็จรับเงินประมาณ 15-120 วัน ทางบริษัทจะจัดส่งแผ่นป้ายเหล็กให้ท่านทางทางไปรษณีย์ค่ะ
  6. กรณีป้ายภาษีหายต้องทำอย่างไรคะ
    ท่านต้องแจ้งความเอกสารสูญหายที่ สน. หรือ สภอ. ใกล้บ้านท่าน หลังจากนั้นให้ท่านติดต่อเข้ามาที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-660-5555 เพื่อขอแบบคำขอในการขอคัดป้ายภาษีใหม่ ทางบริษัทฯ จะจัดส่งเอกสารให้ท่านโดยท่านต้องเตรียมเอกสารดังนี้

    - ใบแจ้งความ
    - หนังสือมอบอำนาจ (ผู้เช่าซื้อ)
    - สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้เช่าซื้อ)
    - ใบบันทึกถ้อยคำ
    - พร้อมกับค่าบริการคัดป้ายภาษี จำนวนเงิน 400 บาท

    และส่งเอกสารดังกล่าวกลับคืนมายังบริษัทฯ ตามที่อยู่หน้าซอง บริษัทฯ จะจัดส่งป้ายแสดงการเสียภาษีให้ท่านภายใน 2 สัปดาห์
  7. กรณีรถติดใบสั่ง หรืออายัดต้องทำอย่างไร
    1. กรณีใบสั่ง ลูกค้าจะต้องนำใบบันทึกข้อความไปชำระค่าปรับที่ สน. ที่เกิดเหตุ และจัดส่งใบเสร็จค่าปรับตัวจริงมาให้บริษัทฯ เพื่อนำส่งให้ทางแผนกทะเบียนดำเนินการต่อภาษีประจำปีให้ลูกค้าพร้อมจัดส่งป้ายภาษีให้ท่านทาง EMS หลังจากต่อภาษีฯ เรียบร้อยแล้วทันทีค่ะ

    2. กรณีอายัด ทะเบียนกรุงเทพฯ / เขตปริมณฑล ท่านต้องนำใบอายัดไปติดต่อถอนอายัดที่ สน. ที่เกิดเหตุ และนำใบถอนอายัดตัวจริงจัดส่งให้บริษัทยังแผนกทะเบียน เพื่อดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี

    3. กรณีอายัดทะเบียนต่างจังหวัด ท่านต้องทำการไปถอนอายัดที่ สภอ. ที่เกิดเหตุ แล้วให้ถ่ายสำเนาใบถอนอายัดเก็บไว้ ส่วนตัวจริงให้ไปยื่นเรื่องสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อลบข้อหาออกจากระบบ และโทรแจ้งให้ทางบริษัทรับทราบ โดยติดต่อมาที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร 02-660-5555 เพื่อทางบริษัทจะไปดำเนินการขอชำระค่าภาษีรถยนต์ ที่กรมการขนส่งทางบก (กรุงเทพฯ)
  8. การต่อภาษีประจำปี ต้องแนบเอกสารหาง พรบ.หรือไม่ อย่างไร
    การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี จะต้องแนบหาง พรบ. ตัวจริง หรือแฟกซ์ตารางกรมธรรม์ พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัยมาที่ หมายเลข 02-634-6405 ถึงแผนกทะเบียนโตโยต้า ลีสซิ่ง จากนั้นทางบริษัทฯ จะดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีและจัดส่งป้ายภาษีให้กับท่านต่อไปค่ะ
  9. กรณีลูกค้าต้องการสำเนาทะเบียนรถ จะสามารถติดต่อได้ที่ไหนค่ะ
    ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  10. หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใหม่ จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ
    ปัจจุบัน การแก้ไขที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร ลูกค้าจะต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน แล้วเขียนแจ้งความจำนงในการแก้ไขที่อยู่ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ แล้วจัดส่งมาให้ บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ทางไปรษณีย์, ทางโทรสาร (FAX) ถึงแผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-634-6403 หรือ www.tlt.co.th (ท่านจะได้รับ SMS ยืนยันการเปลี่ยนแปลงที่อยู่) หรือสามารถแจ้งได้ที่ลูกค้าสัมพันธ์ Call Center หมายเลข 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) ค่ะ
  11. การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างคะ
    ก่อนวันครบกำหนดชำระค่างวด งวดสุดท้าย 30 วัน โตโยต้า ลีสซิ่ง จะจัดส่งเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ให้ท่านทางไปรษณีย์ ซึ่งท่านจะต้องเซ็นชื่อในเอกสาร และส่งกลับคืนมายังบริษัทฯ ทั้งนี้เอกสารต่างๆ ประกอบด้วย

    กรณีบุคคลธรรมดา
    1. เอกสารแบบคำขอโอน และรับโอนของขนส่ง พร้อมเซ็นชื่อในช่องผู้รับโอนทั้ง 2 จุด
    2. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมเซ็นชื่อในช่องผู้มอบอำนาจ
    3. สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ
    4. สำเนาทะเบียนบ้าน
    5. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี กรุณาเซ็นชื่อ-สกุล ทั้งเก่าและใหม่ควบคู่กัน)
    6. สำเนาใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
    7. สำเนาสัญญาเช่าซื้อ (ถ้ามี)
    8. สำเนาป้ายภาษีรถยนต์ประจำปีในปีปัจจุบัน (ที่ยังไม่หมดอายุ)

    กรณีนิติบุคคล
    1. เอกสารแบบคำขอโอน และรับโอนของขนส่ง พร้อมเซ็นชื่อในช่องผู้รับโอนทั้ง 2 จุด
    2. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมเซ็นชื่อในช่องผู้มอบอำนาจ
    3. สำเนาหนังสือรับรอง และวัตถุประสงค์ของบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน
    4. สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรอง
    5. สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรอง
    6. สำเนาสัญญาเช่าซื้อ (ถ้ามี)
    7. สำเนาป้ายภาษีรถยนต์ประจำปีในปีปัจจุบัน (ที่ยังไม่หมดอายุ)

    หมายเหตุ : ขอให้ท่านแนบสำเนาเอกสารมาอย่างละ 2 ชุดพร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตราบริษัทฯ (ในกรณีนิติบุคคล) ทุกแผ่น บริษัทฯ จะดำเนินการทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ท่านหลังจากที่ได้รับชำระเงินจากท่านครบสมบูรณ์แล้ว

    * ในกรณีปิดบัญชีล่วงหน้า ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ได้ทาง www.tlt.co.th หัวข้อ บริการหลังการทำสัญญา > โอนกรรมสิทธิ์



  12. เมื่อปิดบัญชีแล้วต้องการทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ และต้องการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถยนต์ใหม่ โดยจะใช้ป้ายจังหวัดอื่น ต้องทำอย่างไรบ้างครับ
    ท่านสามารถแจ้งความจำนงกับโตโยต้า ลีสซิ่งได้ พร้อมกับการทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์

    1. หากท่านต้องการใช้ป้ายทะเบียนรถยนต์จังหวัดเดียวกันกับตามทะเบียนบ้านของท่าน บริษัทฯจะแจ้งย้ายออกพร้อมกับทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งท่านสามารถติดต่อเพื่อขอรับป้ายรถยนต์ใหม่ได้ที่ขนส่งตามทะเบียนบ้านของท่าน

    2. หากท่านต้องการใช้ป้ายทะเบียนรถยนต์จังหวัดอื่น ที่ไม่ใช่ตามทะเบียนบ้านท่าน และทะเบียนรถยนต์เดิม เพียงแต่ท่านแจ้งความประสงค์ลงในใบรับเล่มทะเบียนรถยนต์ที่โอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ จากนั้นทางกรมการขนส่งฯ จะทำการแจ้งย้ายออกพร้อมกับทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งท่านสามารถติดต่อเพื่อขอรับป้ายรถยนต์ใหม่ได้ที่ขนส่งจังหวัดที่ท่านแจ้งความประสงค์แจ้งย้ายไว้
  1. ออกรถมาแล้ว ยังไม่ได้รับเอกสารกรมธรรม์ ต้องติดต่อที่ไหนคะ
    ในกรณีลูกค้าออกรถใหม่ ทางบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้ส่งสำเนากรมธรรม์ให้กับลูกค้า หากไม่ได้รับ

    ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท โตโยต้า อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด ได้ที่หมายเลข 0-2660-5999
  2. ต้องการต่อประกันภัย ประกันภัยรถยนต์จะหมดความคุ้มครอง ต้องดำเนินการอย่างไรบ้างคะ
    ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ > บริการหลังการทำสัญญา > ประกันภัยหรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท โตโยต้า อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด ได้ที่หมายเลข 0-2660-5999
  3. กรณีรถเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอย่างไร และติดต่อที่ไหน
    เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ท่านจะต้องแจ้งบริษัทประกันที่ท่านทำไว้ เพื่อรับใบเคลมจากบริษัทประกัน ก่อนนำรถเข้าซ่อม และให้แจ้งความเพื่อบันทึกประจำวันไว้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัทประกันภัยที่ลูกค้าได้ทำไว้ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท โตโยต้า อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด ได้ที่หมายเลข 0-2660-5999
  4. ชำระค่าพรบ.แล้ว เหตุใดจึงไม่ได้รับ สติ๊กเกอร์ พรบ. คะ
    เนื่องด้วยทาง กรมการประกันภัยได้ประกาศยกเลิกการออกป้ายสติ๊กเกอร์ พ.ร.บ. ของการประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ไปแล้วค่ะ ซึ่งท่านสามารถใช้กรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ. เป็นหลักฐานในการทำประกันภัยได้ค่ะ
  1. ต้องการออกรถใหม่ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขการพิจารณาอย่างไรบ้างคะ
    ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > โปรแกรมที่เหมาะกับคุณ > การสมัครสินเชื่อ หรือท่านสามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  2. พี่คะ ถ้าหนูเป็นนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้จากการทำงานประจำ แต่ต้องการออกรถจะต้องทำอย่างไรบ้างคะ
    เรื่องการเช่าซื้อรถในกรณีนี้นั้น ก็สามารถทำได้ค่ะ เพียงแค่มีเงื่อนไขดังนี้

    1. ผู้เช่าซื้อจะต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว คือ 20 ปีบริบูรณ์ ณ วันทำสัญญา
    2. บิดาหรือมารดามีรายได้เพียงพอในการชำระค่างวดเป็นผู้ค้ำประกันท่านที่ 1
    3. มีผู้ค้ำภายนอกอีก 1 ท่าน ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนผู้ค้ำประกันท่านที่ 1
    4. เอกสารที่ผู้เช่าซื้อจะต้องเตรียม คือ สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และบัญชีธนาคาร แต่การพิจารณาจะเน้นไปที่บิดามารดา และผู้ค้ำภายนอกมากกว่า โดยจะดูจากเอกสารรายได้และความมั่นคงของหน้าที่การงานรวมไปถึงที่พักอาศัยค่ะคุณน้อง
  3. กรณีผู้สมัครสินเชื่อมีเงินเดือนประจำไม่ถึง 2.5 เท่าของค่างวด แต่ต้องการใช้เงินฝากธนาคารเป็นหลักประกันแทนจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ
    หากผู้สมัครขอสินเชื่อมีรายได้ไม่ถึง 2.5 เท่า ก็สามารถนำเงินฝากประจำธนาคารมาช่วยพิจารณาเสริมได้ค่ะ แต่ไม่ได้เป็นหลักประกันนะคะ ในกรณีนี้จะพิจารณาจากยอดเงิน ระยะเวลาที่ฝากและความถี่ในการนำเงินเข้าไปออมและถอนออก หรือผู้สมัครจะนำคู่สมรสมาค้ำประกันเพื่อเสริมความรับผิดชอบก็ได้ค่ะ
  4. ผมอยากทราบว่า เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการเช่าซื้อรถยนต์มีอะไรบ้างครับ รวมถึงเอกสารของผู้ค้ำประกันที่ต้องใช้ด้วยครับ
    เอกสารที่ใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ

    กรณีผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา
    1. สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการ 2 ชุด
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
    3. สลิปเงินเดือน และ หนังสือรับรองเงินเดือน
    4. สำเนาสมุดเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน และสมุดเงินฝากอื่นๆ (ถ้ามี) ย้อนหลัง 3-6 เดือน
    5. สำเนาหลักทรัพย์อื่นๆ เช่น โฉนดที่ดิน, ทะเบียนรถ เป็นต้น (ถ้ามี)
    หมายเหตุ : นำเอกสารตัวจริงมาในวันทำสัญญา

    กรณีผู้กู้ในนามนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วน
    1. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท / ห้างหุ้นส่วน คัดจากกระทรวงพาพิชย์ไม่เกิน 3 เดือน (พร้อมวัตถุประสงค์และตราประทับ) 2 ชุด
    2. สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 2 ชุด
    3. สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 2 ชุด
    4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวันและเงินฝากเพิ่ม (ถ้ามี) ย้อนหลัง 3-6 เดือน
    5. สำเนาหลักทรัพย์อื่นๆ เช่น โฉนดที่ดิน, ทะเบียนรถ เป็นต้น (ถ้ามี)
    หมายเหตุ : นำเอกสารตัวจริงมาในวันทำสัญญา

    กรณีผู้กู้เป็นชาวต่างชาติ
    1. สำเนาพาสปอร์ต หน้ารูปถ่าย หน้าวันหมดอายุ (หน้าต่ออายุ) และหน้าวีซ่าประเทศไทย (ยังไม่หมดอายุ) 2 ชุด
    2. สำเนา Work Permit (ที่ยังไม่หมดอายุ) 2 ชุด
    3. ใบรับรองถิ่นที่อยู่จากสถานฑูต (ถ้ามี)
    4. สลิปเงินเดือนและหนังสือรับรองเงินเดือน
    5. สำนาสมุดเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวันและเงินฝากเพิ่ม (ถ้ามี) ย้อนหลัง 3-6 เดือน
    6. สำเนาหลักทรัพย์อื่นๆ เช่น โฉนดที่ดิน, ทะเบียนรถ เป็นต้น (ถ้ามี)
    หมายเหตุ : นำเอกสารตัวจริงมาในวันทำสัญญา

    กรณีผู้ค้ำประกัน
    1. สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการ 1 ชุด
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
    3. สลิปเงินเดือน และ หนังสือรับรองเงินเดือน
    4. สำเนาสมุดเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน และสมุดเงินฝากอื่นๆ (ถ้ามี)
    5. สำเนาหลักทรัพย์อื่นๆ เช่น โฉนดที่ดิน, ทะเบียนรถ เป็นต้น (ถ้ามี)
    หมายเหตุ : นำเอกสารตัวจริงมาในวันทำสัญญา
  5. สนใจออกรถใช้แล้ว สามารถติดต่อได้ที่ไหน
    ท่านสามารถติดต่อศูนย์โตโยต้า ชัวร์ ได้ทุกแห่ง ที่ใกล้บ้านได้ค่ะ หรือท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  6. ในกรณีลูกค้าที่เลือกใช้บริการ Toyota Options Plus มีความประสงค์ที่จะคืนรถให้แก่ โตโยต้า ลีสซิ่ง สภาพรถยนต์ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ โตโยต้า ลีสซิ่ง มีอะไรบ้างคะ
    สำหรับท่านที่ไม่ต้องการซื้อรถยนต์ที่ทำการเช่าซื้อไป แต่มีความประสงค์จะส่งมอบคืนให้แก่ โตโยต้า ลีสซิ่ง นั้น สภาพของรถยนต์ต้องมีดังนี้ค่ะ

    - ระยะทางการใช้งานของรถเฉลี่ยไม่เกินปีละ 30,000 กิโลเมตร หากใช้เกินกำหนดลูกค้าต้องเสียค่าเสื่อมสภาพในอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อก่อนส่งมอบรถคืนให้แก่ โตโยต้า ลีสซิ่ง

    - รถยนต์ต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย และใช้การได้ดี อาทิ ไม่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ไม่มีการดัดแปลงตัวถังไม่มีการเปลี่ยนสีรถยนต์ ไม่มีการชนหนัก ไม่มีการดัดแปลงสภาพรถยนต์ อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ดี เป็นต้น

    - รถยนต์ที่ส่งมอบคืนต้องได้รับการตรวจ บำรุงรักษาและซ่อมแซม ตามมาตรฐานของ
    โตโยต้าตลอดระยะเวลาการเช่าซื้อ
  1. กรณีลูกค้าต้องการสำเนาทะเบียนรถ จะสามารถติดต่อได้ที่ไหนค่ะ
    ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  2. หากทำป้ายเหล็กชำรุด หรือป้ายภาษีสูญหาย ต้องทำอย่างไร
    ท่านต้องแจ้งความเอกสารสูญหายที่ สน. หรือ สภอ. ใกล้บ้านท่าน หลังจากนั้นให้ท่านติดต่อเข้ามาที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-660-5555 เพื่อขอแบบฟอร์มยื่นคำขอในการดำเนินการคัดแผ่นป้ายทะเบียนใหม่

    โดยท่านจะต้องเตรียมเอกสารให้กับทางบริษัทฯ ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งเอกสารให้แทนท่านดังต่อไปนี้
    - ใบแจ้งความ
    - หนังสือมอบอำนาจ (ผู้เช่าซื้อ)
    - สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้เช่าซื้อ)
    - ใบบันทึกถ้อยคำ
    - พร้อมค่าบริการคัดแผ่นป้ายเหล็ก

    กรณีลูกค้ารับแผ่นป้ายเหล็กด้วยตนเอง ค่าบริการคัดแผ่นป้ายเหล็ก 600 บาท

    บริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบกให้ท่าน เพื่อให้ท่านเก็บไว้พร้อมกับใบแจ้งความ เมื่อครบกำหนดนัดรับแผ่นป้ายเหล็ก (รายละเอียดขนส่งจะระบุไว้ในใบเสร็จ) หลังจากวันที่ในใบเสร็จรับเงินประมาณ 15-120 วัน ให้ท่านนำใบเสร็จรับเงินดังกล่าว ไปติดต่อขอรับแผ่นป้ายเหล็ก ที่ขนส่งเขตพื้นที่ตามทะเบียนรถได้ และจะต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้เช่าซื้อไปด้วยค่ะ

    กรณีลูกค้ารับแผ่นป้ายเหล็กด้วยตนเอง ค่าบริการคัดแผ่นป้ายเหล็ก 700 บาท

    บริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินของกรมการขนส่งทางบกให้แก่ท่าน เพื่อให้ท่านเก็บไว้พร้อมกับใบแจ้งความ เมื่อครบกำหนดนัดรับแผ่นป้ายเหล็ก (รายละเอียดขนส่งจะระบุไว้ในใบเสร็จ) หลังจากวันที่ในใบเสร็จรับเงินประมาณ 15-120 วัน ทางบริษัทจะจัดส่งแผ่นป้ายเหล็กให้ท่านทางทางไปรษณีย์ค่ะ

    ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th

  1. หากชำระค่างวดแล้ว กี่วันจึงจะได้รับใบเสร็จค่ะ
    ทางบริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จทางไปรษณีย์ให้กับลูกค้าภายใน 2 สัปดาห์ค่ะ
  2. กรณีไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน ควรทำอย่างไร
    ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน ท่านสามารถตรวจสอบยอดชำระเงินผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนม้ติได้ด้วยตนเองคะ เพียงเตรียมหมายเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขประจำต้ว 11 หลัก ที่อยู่บนบัตร Simply Card หรือในใบเสร็จรับเงินของท่าน พร้อมรหัสผ่าน 4 หลัก หรือวันเกิด เดือนเกิด ของท่าน (เช่นเกิด วันที่ 9 เดือนมกราคม รหัสผ่านของท่านคืน 0901) สามารถตรวจสอบได้หลังจากวันชำระงิน 2 วันทำการ และในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ บริษัทฯ จะใช้ใบเสร็จงวดสุดท้ายในการดำเนินการเท่านั้นค่ะ

    หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ 02-660-5555 (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00 - 18.00) และ (วันเสาร์ เวลา 08.00 - 17.00) หรือติดต่อผ่าน www.tlt.co.th
  3. กรณีได้รับใบเสร็จรับเงินไม่ครบตามจำนวนงวดที่ผ่อนจะมีปัญหาตอนโอนเล่มทะเบียนไหมค่ะ
    ในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ บริษัทฯ จะใช้ใบเสร็จงวดสุดท้ายในการดำเนินการเท่านั้นค่ะ บริษัทฯ จะไม่ขอดูใบเสร็จรับเงินจากลูกค้าแล้วค่ะ

สำหรับลูกค้าที่มีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

(ระบุเป็นตัวเลขทั้งหมด ไม่ต้องมีเครื่องหมายขีดกลาง "-")

คำนวณค่างวด

ช่องสำหรับคำนวณหาค่างวดต่อเดือน
(เงินดาวน์เป็นบาท)
บาท
บาท
หรือ
%
เดือน
** โปรแกรมคำนวณนี้ใช้เพื่อประกอบการ
ตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขอสินเชื่อ หรือเอกสารประกอบสัญญาได้

ลงทะเบียนรับข่าวสาร